Italy
อมาลฟีโคสท์ - โรม - เวนิส - มิลาน
เส้นทางอิตาลี ตอนใต้ ที่น้อยคนนักจะรู้จักและได้สัมผัส สไตล์คนพืื้นเมืองภาคใต้ เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบชิลๆ
มีอาหารทะเลพื้นบ้าน สดใหม่ต่อวัน ที่หาทานที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่
กรุงโรม (Rome) เมืองหลวง มีประวัติยาวนานกว่า 2,700 ปี โรมได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองอันเป็นนิรันดร์ (Eternal city)
เวนิส (Venice) เป็นเมืองที่มีฉายาว่า เมืองแห่งสายน้ำ ความสวยงามตรึงใจของที่นี่เหมือนได้อยู่ในโลกนิทาน มีเอกลักษณ์ที่ไม่มีที่ไหนเหมือน
จนหลายคนตั้งเป้าว่าชาตินี้ขอให้ได้ไปสักครั้ง
มิลาโน่ (Milano) ”เป็นเมืองหลวงทางแฟชันของโลกแข่งกับปารีสในประเทศฝรั่งเศส เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของอิตาลี
ช้อปปิ้งปิดท้ายอลังการสุดมันส์
ทำไมต้องเรา ??
หัวหน้าทัวร์ชำนาญเส้นทาง 1 / ตากล้องประกบทุกทริป 1
โปรแกรมทำแบบหลวม ๆ สบาย ๆ ไม่เร่งรีบ มีเวลาให้พักผ่อน ที่พักสวย ๆ
อาหารจัดแบบ Deluxe ทุกมื้อ


"ช่วยทำให้การเที่ยวคือการพักผ่อนอย่างแท้จริง"
ROUTE of ITALY
โปรแกรมการเดินทาง
อิตาลี 11 วัน 8 คืน
เดินทางโดย : สายการบิิน EMIRATES
กำหนดการเดินทาง : 9-19 พย / 4-14 ธค / 24 ธค - 4 มค
วันเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเนื่องจากเงื่อนไขของสายการบินในปัจจุบัน
DAY 01 l กรุงเทพฯ
22:00 เช็คอิน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
DAY 02 l กรุงเทพฯ - อิตาลี
01:05 ออกเดินทางสู่อิตาลี โดยสายการบินเอมิเรตส์ Emirates
เที่ยวบิน EK 385 ระยะเวลา 6.10 ชั่วโมง แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ
04.45 ถึงสนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
07.40 ออกเดินทางสู่เมืองนาโปลี ประเทศอิตาลี
โดยสายการบินเอมิเรตส์ EMIRATES เที่ยวบิน EK 2391 ระยะเวลา 6.20 ชั่วโมง
12.00 ถึงสนามบินนาโปลี ประเทศอิตาลี
ผ่านกระบวนการ ตรวจคนเข้าเมือง และรับสัมภาระกระเป๋า
จากนั้น นำพาท่านเดินทางสู่เมือง POMPEI ระยะทาง 30 กม. ประมาณ 30 นาที
เมื่อเดินทางมาถึงท่านจะ เห็นภูเขาไฟวิสุเวียส “Vesuvius Volcano” ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่พ่นลาวามาทับถมสองเมืองคือ เมืองปอมเปอี (Pompei) กับ เมืองเฮอร์คิวลานุม (Herculaneum) และได้กลืนกินเมืองทั้งเมืองอยู่ใต้เถ้าถ่านที่ประทุออกมา
เวลาผ่านไปพันปีเมืองนี้ก็กลายเป็นตํานานที่ลางเลือน
จากนั้น
นำพาท่านเดินทางสู่เมือง POSITANO (ระยะทาง 35 กม. ใช้เวลาประมาณ 00.30 ชม.)
เมืองที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดของเหล่าเมืองริมชายฝั่งอมาลฟี โดดเด่นด้วยตึกอาคารสีเหลืองนวลและน้ำตาลอ่อนบนเนินเขา
ภายในเมืองเป็นศูนย์รวมร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และที่พักต่าง ๆ
ริมทะเลของเมือง Positano เป็นที่ตั้งของชายหาดหลัก ๆ อยู่ 3 แห่งนั่นก็คือ
หาด Positano Spiaggia, หาด Fornillo, หาด Arienzo และ หาด San Pietro
ที่ผู้คนนิยมไปเล่นน้ำ อาบแดด และทำกิจกรรมกลางแจ้ง
พาท่านเช็คอินโรงแรมที่พัก และ พักผ่อนตามอิสระ
จะเดินเล่นถ่ายรูป ช้อปปิ้ง รอบ ๆ ก็สามารถทำได้
19:00 อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน ณ Hotel Il Gabbiano หรือ เทียบเท่า

นักท่องเที่ยวยืนริมชายหาดโดยมีบ้านเรือนบนเนินเขาของเมืองโพส ิตาโน่ ประเทศอิตาลี อยู่ด้านหลัง

ระเบียงและหน้าต่างของอาคารหลากสีเรียงอยู่ริมชายหาดเมืองโพสิตาโน่ บนชายฝั่งอมาลฟี ประเทศอิตาลี

ผนัง ช่องประตู และหลังคาบางส่วนภายในอาคารโบราณที่เมืองปอมเปอี ประเทศอิตาลี

นักท่องเที่ยวยืนริมชายหาดโดยมีบ้านเรือนบนเนินเขาของเมืองโพสิตาโน่ ประเทศอิตาลี อยู่ด้านหลัง
DAY 03 l โพสิตาโน่ - อมาลฟี - ราเวลโล่ -อทรานี-ซีทรา
08:00 อาหารเช้า ณ ที่พัก
09.00 นำท่านเดินทางสู่ถนนเลียบชายฝั่ง อมาลฟีโคสท์ หมู่บ้านริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เส้นทางเลียบชายฝั่งที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลก จากนั้นนำท่านเดินทางเลาะเลียบหมู่บ้านชายฝั่งริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่ติดอันดับความสวยงามระดับโลก ทั้ง 3 เมือง และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (Unesco) คือ ราเวลโล่ (Ravello),อมาลฟีโคสท์ (Amalfi Coast), โพสิตาโน่ (Positano) หมู่บ้านสีสันสวยงามที่สร้างตามความลาดชันของหน้าผาเรียงรายสวยงามยิ่งนัก เมืองนี้จึงกลายเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ มีประชากรราว 3 พันคน มีมหาวิหารใหญ่ ที่สวยงาม
นำท่านชมตัวเมืองอมาลฟี นำท่านเข้าชมมหาวิหารใหญ่ที่สวยงามคือ มหาวิหารเซ็นท์แอนเดรีย “Duomo di Sant’Andre” ใจกลางเมือง มีอายุเก่าแก่กว่า 900 ปี
ต่อด้วย Atrani เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเล็กที่สุดในอิตาลี ด้วยพื้นที่เพียง 0.12 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของเมืองนี้ลดลงไป แต่กลับเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นน่ารักของชาวเมืองที่ค่อนข้างเป็นมิตร สถาปัตยกรรมสวย ๆ
12:00 อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชมเมือง Ravello เมืองตากอากาศบนเขาสูง ด้านหน้าเป็นวิว ทะเลสวยมากถึงมากที่สุด ด้านหลังเป็นวิวภูเขาสูงเมืองนี้สวยสุดยอด จริงๆ ตัวเมืองเป็นบ้านเก่าๆ เล็กๆ อยู่ข้างๆ จตุรัสมีร้านกาแฟน่ารักอยู่ รอบๆ นำท่านเดินชมตัวเมืองเริ่มจากจตุรัสกลางเมืองเวสโควาโด (PIAZZA VESCOVADO) โบสถ์ประจำเมืองที่มีอายุกว่า 800 ปี ชม ประตูสัมฤทธิ์(THE BRONZE DOOR) ที่มีภาพสลักเรื่องราวของพระคริสต์ถึง 54 ช่อง ชมวิวสวยรอบจตุรัส และวิลล่า รูโฟโล (VILLA RUFOLO) คฤหาสน์บนหน้าผาริมทะเลที่สวยงาม ภายในมีสวนดอกไม้ริมหน้าผาที่ งดงามยิ่ง จุดชมวิวตรงนี้เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองราเวลโล่
นำท่านเดินทางต่อสู่เมือง CETARA ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเล อีกทั้งยังเป็นแหล่งประมงทูน่าที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย ด้านหน้าเมืองจะมี Spiaggia Lannino ชายหาดสีขาวที่ผู้คนนิยมมานอนอาบแดดและว่ายน้ำเล่น แถมยังมีเรือประมงสีสันสดใสจอดเต็มไปหมด ตัดกับตึกอาคารสีครีมและน้ำตาลอ่อนและน้ำทะเลสีฟ้าอย่างลงตัว
ปิดท้ายด้วย Vietri sul Mare เมืองที่เปรียบเสมือนเป็นจุดเริ่มต้นของชายฝั่งอมาลฟีถ้าเริ่มจากฝั่งตะวันออก แต่ถ้าเริ่มจากฝั่งตะวันตก เมืองแห่งนี้ เราจะได้เห็นบ้านเมืองสีน้ำตาลอ่อนตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา Monte San Liberatore รวมถึงชายหาดขนาดใหญ่มาแต่ไกล Vietri sul Mare ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตกระเบื้องจานชามที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ เพียงแค่เดินเข้าไปในเมืองเราก็จะเห็นร้านค้าขายเครื่องกระเบื้องสีสันสดใสเต็มข้างทาง ใครไปเมืองนี้แล้วไม่มีชิ้นงานสวยๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านสักชิ้นสองชิ้น
19:00 อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน ณ Hotel Il Gabbiano หรือ เทียบเท่า

อาคารเมืองอมาลฟีและหอระฆังมหาวิหารตั้งอยู่ระหว่าง ภูเขากับชายฝั่งทะเล ประเทศอิตาลี — Image by KaLisa Veer

เรือลอยอยู่ในอ่าวหน้าเมืองอทรานี ป ระเทศอิตาลี โดยมีบ้านเรือนและภูเขาเป็นฉากหลัง — Image by sterlinglanier Lanier

ต้นสนและระเบียงสวนมองอ อกไปยังทะเลสีฟ้าจากเมืองราเวลโล บนชายฝั่งอมาลฟี ประเทศอิตาลี — Image by Kevin McMahon

อาคารเมืองอมาลฟีและหอระฆังมหาวิหารตั้งอยู่ระหว่างภูเขากับชายฝั่งทะเล ประเทศอิตาลี — Image by KaLisa Veer
DAY 04 l โพสิตาโน่ - เกาะคาปรี -ถ้ำบลูกร๊อกโต้
08:00 อาหารเช้า ณ ที่พัก
09.00 นำท่านขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามไปสู่ เกาะคาปรี (Capri) เกาะที่มีเสน่ห์เป็นของตัวเองมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟวิซูสเวียส
นำท่านชม ถ้ำบลูกร๊อตโต้ ถ้ำที่อยู่ในทะเลมีแสงสะท้อนสีฟ้าจากน้ำทะเลขั้นมากระทบ ถ้ำสวยงามยิ่งนัก
12:00 อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านนั่งรถรางขึ้นสู่ยอดเขาคาปรี (คาปรีเซนเตอร์) นำท่านเดินชมเขตตัว เมืองที่มีบรรยากาศน่ารัก และแวะพักที่สวนออกุสต้า พร้อมบันทึกภาพกับโขดหิน FARAGLIONI สัญลักษณ์ของเกาะคาปรี จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย
19:00 อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน ณ Relais Maresca Luxury Small Hotel หรือ เทียบเท่า

เรือจอดหน้าบ้านเรือนหลากสีริมท่าเรือมารีนากรันเด บนเกาะคาปรี ประเทศอิตาลี — Image by Raphael Lopes

เรือเล็กและอาคารสีสดริมท่าเรือบนเกาะคาปรี ประเทศอิตาลี โดยมีหน้าผาเป็นฉากหลัง — Image by Ellena McGuinness

มุมสูงของท่าเรือ เขื่อนกันคลื่น และอาคารริมชายฝั่งทะเลสีฟ้า — Image by Ben Michel

เรือจอดหน้าบ้านเรือนหลากสีริมท่าเรือมารีนากรันเด บนเกาะคาปรี ประเทศอิตาลี — Image by Raphael Lopes
DAY 05 l เมืองเนเปิลส์ - กรุงโรม
08:00 อาหารเช้า ณ ที่พัก
นำท่านนั่งเรือเฟอร์รี่เดินทางสู่ เมืองเนเปิลส์ หรือ นาโปลี (Naples, Napoli) เมืองที่มีชีวิตชีวา มีสีสัน คึกคัก เป็นเมือง ที่มีการผสมผสานศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัยจนเป็นเนื้อเดียวกัน โบสถ์เก่าๆ กับบ้านเรือนสมัยใหม่ อยู่ปะปนกันไป ไม่สามารถแยกเป็นเขตเมืองเก่ากับเมืองใหม่ได้ แวะบันทึกภาพปราสาทคาสเซิลนูโวที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14
12:00 อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้น เดินทางต่อสู่กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงของประเทศอิตาลี เมืองที่เป็นต้นกำเนิดของอาณาจักรโรมัน (ระยะทาง 230 กม. ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี ที่มีทั้งความเก่าและความใหม่ซ้อนแทรกอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน ตั้งอยู่บนแคว้นลาซิโอ (LAZIO) ตรงช่วงกลางของประเทศมีแม่น้ำไทเบอร์ (TIBER) ไหลผ่านกลางเมือง โรมจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน สถานที่สำคัญ และเมืองเก่าโรมันจะอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นรัฐวาติกัน และเขตทราสเตเวเร (TRASTEVERE) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้มีฐานะ และปัจจุบันเป็นแหล่งร้านอาหาร และคาเฟ่แบบเก๋ๆทันสมัย
19:00 อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน Hotel Delle Nazioni หรือ เทียบเท่า

นักท่องเที่ยวบริเวณจัตุรัสหน้าน้ำ พุเทรวี กรุงโรม ประเทศอิตาลี — Image by Christopher Czermak

ประติมากรรมหินอ่อนและ ซุ้มเสาที่ประดับด้านหน้าน้ำพุเทรวี กรุงโรม ประเทศอิตาลี — Image by Christopher Czermak

ประติมากรรมหินอ่อนบริเวณระเบียงอาคาร มองออกไปยังหลังคาและโดมของกรุงโรม ประเทศอิตาลี — Image by Carlos Ibáñez

นักท่องเที่ยวบริเวณจัตุรัสหน้าน้ำพุเทรวี กรุงโรม ประเทศอิตาลี — Image by Christopher Czermak
DAY 06 l โรม - ฟลอเรนซ์ - ปิซา
08.00 อาหารเช้า ณ ที่พัก
09.00 นำท่านเดินทางต่อสู่แคว้นทัสคานี (Tuscany)
(ระยะทาง 280 กม. ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.) โดยเมืองหลวงของแคว้น คือ ฟลอเรนซ์ (Florence) ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ และมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก้เมื่อ ปี ค.ศ.1982 ทำให้ทัสคานีมีชื่อเสียงในฐานะดินแดนท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลกชมความยิ่งใหญ่และอลังการของ
มหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria Dell Fiore) วิหารของเมืองฟลอเรนซ์ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างงดงาม
12:00 อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (PISA)
(ระยะทาง 100 กม. ใช้เวลาประมาณ 01.30 ชม.) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของประเทศอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ในแคว้นดอสคานา ฝั่งแม่น้ำอาร์โน อยู่ทางตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆแต่ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว เพราะเป็นที่ตั้งของสถาปัตยกรรมอันสวยงามที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกเข้าสู่บริเวณจัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า หรือ จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี
โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี
มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่อง
19:00 อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน ณ Hotel Il Giardino PISA หรือ เทียบเท่า

นักท่องเที่ยวหญิงยืนท่ามกลางนกพิราบหน้าม หาวิหารดูโอโม่ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี

รายละเอียดซุ้มประ ตู เสา และผนังประดับลวดลายภายในอาคารหินสีอ่อน — Image by Bryan Brittos

โถงภายในโบสถ์มีเสาส ูง เพดานโค้ง และภาพประดับบริเวณปลายทางเดิน — Image by Nick Castelli

นักท่องเที่ยวหญิงยืนท่ามกลางนกพิราบหน้ามหาวิหารดูโอโม่ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี
DAY 07 l ปิซ่า - ชิงเกว่ แตร์เร (CINQUE TERRE)
08:00 อาหารเช้า ณ ที่พัก
09:00 นำท่านสู่ เมืองชิงเกว่ แตร์เร (CINQUE TERRE) (ระยะทาง 120 กม. ใช้เวลาประมาณ 02.00 ชม.)
หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บน ชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี CINQUE TERRE มีความหมายว่า ห้าดินแดน (FIVE LANDS) ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่งได้แก่ VERNAZZA, MANAROL, RIOMAGGIORE , CORNIGLIA. MONTEROSSO AL MARE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ด้วย (UNESCO)
นำท่านชมหมู่บ้าน RIOMAGGIORE ,VERNAZZA ,MANAROL คือ 3 หมู่บ้าน ที่สวยที่สุดใน 5 หมู่บ้าน
12:00 อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จนได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่เมืองปิซ่า (PISA)
ชม หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ
19:00 อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหาร
พักค้างคืน ณ Hotel Il Giardino PISA หรือ เทียบเท่า

ผู้คนเดินผ่านจัตุรัสเล็กระหว่างอาคารสีเหลืองและสีส้ม ในชิงเกว่แตร์เร ประเทศอิตาลี

ถนนคนเดินและร้านค้าเรียงอยู่ระหว่างอาคารหลากสีในชิงเกว่แตร์เร ประเทศอิตา ลี

มุมสูงของหมู่บ้านเวอร์นาซซาในชิงเกว่แตร์เร ประเทศอิตาลี เห็นบ้านเรือนหลากสีและท่าเรือโ อบล้อมอ่าว


















